ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เมนูหลัก
dot
dot
เกี่ยวกับศูนย์ฯ ศิลปศึกษา
dot
dot
บริการวิชาการศิลปศึกษาสู่ชุมชน
dot
dot
แนะนำผลงานวิจัยศิลปศึกษา
dot
dot
หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
dot
dot
แนวคิดและทฤษฎีศิลปศึกษา
dot
dot
ศูนย์การเรียนรู้
dot
dot
ห้องเรียนภูมิปัญญาท้องถิ่น
dot
dot
สื่อการเรียนรู้ศิลปศึกษา
dot
dot
แหล่งการเรียนรู้ในชุมชน
dot
dot
แหล่งสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต
dot
dot
หน่วยงานทางด้านศิลปะ ศิลปศึกษา
dot
dot
แนะนำหอศิลป์
dot
dot
โรงเรียนเกี่ยวกับศิลปะ
dot
dot
มุมพักผ่อน
dot
dot
บริการสาธารณะ
dot
dot
โรงเรียนในสำนักงานเขตหลักสี่
dot
dot
ศิลปกรรมครูศิลปศึกษา
dot
dot
ระเบียงภาพผลงานศิลปะเด็ก
dot
dot
กิจกรรมพัฒนานักเรียนศิลปะ
dot
dot
ช่องทางรับข้อมูลข่าวสาร

dot


https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E
http://www.ktssc.com/
http://www.thaipbs.or.th/dontri/
http://www.thaiteachers.tv/search.php
http://www.thaipbs.or.th/Sornsilp/


แนวความคิดและแนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย article

แนวความคิดและแนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย
(พหุศิลปศึกษา : แนวทางและกิจกรรมสำหรับพัฒนาเด็กปฐมวัย)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จักรพงษ์  แพทย์หลักฟ้า
หัวหน้าสาขาศิลปศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

     การปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  เป็นแนวทางที่ดี  โดยเน้นการปฏิรูประบบการศึกษาทั้งระบบ  ทั้งการปฏิรูปครู  นักเรียน  การจัดกระบวนการเรียนรู้  สื่อและแหล่างเรียนรู้  แต่ในสภาพความเป็นจริง  กระบวนการปฏิรูปการศึกษาอาจยังไม่สามารถบรรลุผลตามเจตจำนงของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้  และไม่สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้เจาะเข้าถึงแก่นแท้ของการปฏิรูปการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น  ดังที่ เสรี พงศ์พิศ  (2545:109) ได้กล่าวเอาไว้ว่า 

    “ความพยายามในการปฏิรูปการศึกษาทำให้เกิดพระราชบัญญัติหนึ่งฉบับในปีพ.ศ.2542แต่ก็เหมือนพระราชบัญญัติที่ถูกลืม  เพราะถูกเพิกเฉยและได้รับความสนใจน้อย ส่วนหนึ่งเพราะสังคมโดยรวมไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปการศึกษานั้นอย่างแท้จริง ที่เห็นได้ชัดเจนกว่าอย่างอื่นคือ  การปรับระบบโครงสร้าง มีการรวม การลด การเพิ่มองค์กรหน่วยงาน โดยแก่นแท้การปฏิรูปการศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นกระบวนการเรียนรู้ยังเหมือนเดิมยังท่องหนังสือไปสอบคุณภาพครูก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ย่ำแย่ลงไปอีกถ้าพิจารณาจากปริมาณหนี้สินครูที่เพิ่มขึ้นทำให้คุณภาพชีวิตของครูเลวร้ายลงไปไม่มีสมาธิในการทำหน้าที่ครูที่ดี ต้องทำงานหาเงินไปใช้หนี้ ไม่มีเวลาหาความรู้เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษา” 
       
     จากข้อความดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าสาระสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาที่ควรเน้นแต่กลับถูก
ละเลย คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ ซึ่งการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับครู ผู้เรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ทั้งระบบของการจัดการเรียนรู้โดยองค์รวม การปฏิรูปการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และให้ความสำคัญกับการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการดังนั้นการจัดการเรียนรู้จึงต้องเน้นถึงความสนใจของผู้เรียนบนฐานแนวคิดที่หลากหลายเน้นการพัฒนาจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และเน้นการสร้างคุณธรรมจริยธรรมจิตสำนึกสาธารณะให้เกิดกับผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลตามสนใจและความถนัดตามวุฒิภาวะของผู้เรียน 

     การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย  นับว่าเป็นการจัดการเรียนรู้ในช่วงวัยที่สำคัญมาก  เพราะเด็กปฐมวัยเป็นวัยที่ศักยภาพของการเรียนรู้ของเด็กเจริญงอกงามอย่างรวดเร็วมากถ้าได้รับการพัฒนาอย่างเข้าใจ  นอกจากนี้พัฒนาการทางร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา  ก็สามารถส่งเสริมให้พัฒนาขึ้นได้เป็นปริมาณมากด้วยกิจกรรมการเรียนรู้บนฐานของความเข้าใจด้วยเช่นกัน   เป็นที่ยอมรับกันว่าการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ  ของเด็กปฐมวัย  รวมทั้งการส่งเสริมศักยภาพทางการเรียนรู้ของเด็กผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ทางศิลปะ  เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้  ทั้งนี้เพราะกิจกรรมศิลปะสนุก  จะและสามารถกระตุ้นความสนใจของเด็กให้อยากเรียนรู้ศิลปะได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เด็กปฐมวัยชอบแสดงออกทางศิลปะ นอกจากนี้กิจกรรมศิลปะยังเป็นกิจกรรมที่สามารถตอบสนองการแสดงออกทางด้านจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้อย่างอิสระเพราะเป็นกิจกรรมที่ยืดหยุ่นไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องความถูก หรือผิด มากำหนด  กิจกรรมศิลปะเกี่ยวข้องกับเรื่องของความชอบ  ของผู้แสดงออกมากกว่า  จึงมีธรรมชาติของกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของเด็กปฐมวัย อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาเด็กผู้จัดกิจกรรมจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ  ในการจัดกิจกรรมเป็นอย่างดีเพราะการสอนศิลปะเป็นดาบสองคม  หากผู้จัดกิจกรรมหรือผู้สอนศิลปะเข้าใจเด็กก็เป็นเรื่องที่ดี  แต่ถ้าพัฒนาอย่างขาดความเข้าใจแทนที่จะส่งเสริมพัฒนาเด็กอาจกลายเป็นการทำลายไปเสียก็ได้ 

   การจัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาเด็กนั้นผู้จัดกิจกรรมจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดกิจกรรม ต้องมีการศึกษาทดลองและพัฒนากิจกรรมอย่างเป็นระบบ เด็กปฐมวัยเป็นเด็กในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่พัฒนาการด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กำลังเจริญเติบโตจึงต้องการการส่งเสริมด้วยกิจกรรมศิลปะที่มีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาอย่างเข้าใจและยั่งยืน  กิจกรรมศิลปะที่มีรากฐานมาจากความคิดที่หลากหลายและผ่านการทดลองอย่างเป็นระบบจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญต่อเด็กเป็นอย่างมาก เสรีภาพทางความคิดและการปฏิบัติกิจกรรมศิลปะตามความต้องการของผู้เรียนเป็นการสร้างบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ ที่ครูศิลปะจะต้องจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียน เพราะการที่เด็กแสดงออกได้มากเท่าไร นั่นย่อมหมายความว่า เขาได้ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาได้มากเท่านั้น และนั่นย่อมหมายถึงความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  เพิ่มขึ้น  เมื่อปัญหาเดิมได้รับการตอบสนองไปเรียบร้อยแล้ว  และนั่นยอมหมายถึงความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  เพิ่มขึ้นเมื่อปัญหาเดิมได้รับการตอบสนองไปเรียบร้อยแล้ว  เด็กอาจยุ่งยากใจกับการแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงแต่ในโลกแห่งศิลปะ เขามีวิธีการในการเข้าไปสู่ความสำเร็จในการแก้ปัญหาเสมอถ้าครูหรือผู้ปกครองไม่เข้าไปแย่งชิงช่วงเวลาอันมีคุณค่าของการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ตามเสรีภาพของเด็กด้วยความหวังดีที่ขาดความเข้าใจ  

      จากมูลเหตุดังกล่าวการจัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยที่สะท้อนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช 2542 ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญและเน้นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จึงต้องเป็นกิจกรรมศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นบนฐานคิดทฤษฎี ที่หลาหลาย หรือสร้างขึ้นจากมุมมองหลายมิติ เพื่อให้ได้กิจกรรมที่สอดคล้องกับการพัฒนาเด็กท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วและซับซ้อนของสภาพสังคมปัจจุบัน กิจกรรมพหุศิลปศึกษาเป็นกิจกรรมที่สะท้อนศาสตร์พหุศิลปศึกษาหรืออีกนัยหนึ่งพหุศิลปศึกษา  ก็คือศิลปศึกษาในมิติใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานคิดทฤษฎีที่หลากหลาย ดังที่ วิรุณ ตั้งเจริญ (2545 : 45-50)ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับการพัฒนาศิลปศึกษามาสู่พหุศิลปศึกษา  โดยมีฐานคิดทฤษฎีรองรับ 5 ทฤษฎี ตามรายละเอียดดังนี้ 

     “ศิลปศึกษาต้องพัฒนาเป็นพหุศิลปศึกษา (Arst Education) ศิลปะที่ครอบคลุมทั้งทัศนศิลป์  การแสดง ดนตรีและศิลปะอื่นๆ  พหุศิลป์ที่ครอบคลุมศิลปะที่หลากหลายเชื่อมโยงบริบทศิลปะ  และบริบทสังคม การศึกษาที่ครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้การศึกษาที่มีสภาพเป็นมรรค มากกว่าผลพหุศิลปศึกษาประกอบด้วย 

     1.  พหุศิลปศึกษาเชิงแบบแผน  (Discipline-based  Arst  Education)  
     2.  พหุศิลปศึกษาเชิงพหุปัญญา  (Multiple-intelligences  Arst  Education)  
     3.  พหุศิลปศึกษาเชิงภูมิปัญญาไทย  (Thai  Wisdom  Arst  Education)  
     4.  พหุศิลปศึกษาเชิงศิลปะหลังสมัยใหม่  (Postmodem  Arst  Education)  
     5.  พหุศิลปศึกษาเชิงความสามารถพิเศษ  (Geftedness  Arst  Education)

พหุศิลปศึกษาเชิงแบบแผน  (Discipline-based  Arst  Education) 
ได้พัฒนาแกนสำคัญในการสอน 4 แกน ดังนี้ 

   1.  ประวัติศาสตร์ศิลป์  (Arst  History)   2.  สุนทรียศาสตร์  (Aesthetics)   3.  ศิลปวิจารณ์  (Art  Criticism)  4.  ศิลปะสร้างสรรค์  (Creating  Art) 

พหุศิลปศึกษาเชิงพหุปัญญา (Multiple-intelligences Arst Education) 

   ทฤษฎีวิวัฒนาการของสมองและทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intellgences)ของโฮวาร์ด การ์ดเนอร์  (Howard Gardener) ว่าด้วยความฉลาดและเชาวน์ปัญญาภายในตัวของมนุษย์ 8 ด้านได้แก่ 
  1.  ปัญญาด้านภาษา  (Linguistic  Intelligence)     2.  ปัญญาด้านตรรกะและคณิตศาสตร์  (Logical-Mathematical  Intelligence)  3.  ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์  (Spatial  Intelligence)     4.  ปัญญาด้านร่างกายและความเคลื่อนไหว  (Bodily-Kinedthetic  Intelligence)  5.  ปัญญาด้านดนตรี  (Musical  Intelligence)      6.  ปัญญาด้านมนุษย์สัมพันธ์  (Interpersonal  Intelligence)    7.  ปัญญาด้านตนเองหรือความเข้าใจตนเอง  (Interpersonal  Intelligence)   8.  ปัญญาด้านนักธรรมชาติวิทยา  (Naturalist  Intelligence)    ทฤษฎีพหุปัญญาด้วยความฉลาดและเชาวน์ปัญญาภายในตัวของมนุษย์ทั้ง  8  ด้าน  ซึ่งเกี่ยวกับสมองทั้ง  2  ซีกของมนุษย์นั้น  ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญในการศึกษาค้นคว้าทางด้านจิตวิทยาและการพัฒนาไปสู่ทฤษฎีพหุศิลปศึกษาเชิงพหุปัญญา (อ่าน อารี  สัณหฉวี.2535)

พหุศิลปศึกษาเชิงภูมิปัญญาไทย       การศึกษาทางด้านพหุศึกษา สามารถเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาไทย  ที่สืบทอดมาจากอดีตภูมิปัญญาพื้นบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น และภูมิปัญญาร่วมสมัย  สามารถนำมาพัฒนาเป็นกระบวนการสอนศิลปศึกษาโดยแยกกิจกรรมเรียนรู้  ดังนี้    

1.การแสวงหาความรู้ ภูมิปัญญาไทยจากบุคคล ในรูปแบบการพูดคุย สอบถาม  สัมภาษณ์  จากผู้รู้พื้นบ้าน พระสงฆ์  ผู้สอนศาสนา ผู้เฒ่า ศิลปิน ช่างพื้นบ้าน ผู้ประกอบการในแต่ละอาชีพ    ภูมิปัญญาที่เป็นความคิด  ขนบธรรมเนียมประเพณี  ฯลฯ     

2.การแสวงหาความรู้ ภูมิปัญญาไทยจากเอกสารการบันทึกต่างๆ เช่น จากสมุดข่อย  หนังสือจดหมายเหตุงานวิจัย ทั้งทางด้านปรัชญา ความคิด การดำรงชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ  

3. การพัฒนาภูมิปัญญาไทย เราสามารถอนุรักษ์ สืบสานและพัฒนาภูมิปัญญาให้เหมาะสมสอดคล้องกับปัจจุบันเหมาะสมสอดคล้องกับชุมชน ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ 

4. การแสวงหาความรู้ภูมิปัญญาจากประสบการณ์ตรง โดยการเดินทางสู่แหล่งข้อมูล ใช้ชีวิตฝังตัวอยู่ในแหล่งข้อมูลหรือแหล่งประสบการณ์เรียนรู้สังเกตซึมซับประสบการณ์รอบตัวด้วยตนเอง 

พหุศิลปศึกษาเชิงศิลปะสมัยใหม่       

ความเชื่อแบบลัทธิหลังสมัยใหม่  พัฒนามาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา สามารถสรุปประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับศิลปะหลังสมัยใหม่ได้ดังนี้     

1.  รูปแบบศิลปะตามแนวคิดของกลุ่มหลังสมัยใหม่ ให้ความสำคัญกับการบูรณาการในการสร้างศิลปะด้วยสื่อที่หลากหลาย        

2.  ผลงานศิลปะในความคิดของกลุ่มสมัยใหม่จะปราศจากความหมายในตัวของมันเอง  

3.  ศิลปะในกลุ่มศิลปะหลังสมัยใหม่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งมักสร้างผลงานที่เป็นศิลปะต่อต้าน  ต่อสู้เรียกร้องสังคมและการเมือง

4.  กลุ่มศิลปินหลังสมัยใหม่จะเป็นปฏิปักษ์กับระบบความคิดแบบศิลปะสมัยใหม่ ซึ่งกลุ่มศิลปะสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับจิตสำนึก แต่กลุ่มศิลปะหลังสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับอดีตจะหยิบเอาสาระจากอดีตมาใส่เป็นบริบทใหม่        

5.  กลุ่มความคิดแบบหลังสมัยใหม่  ไม่เชื่อเรื่องความเป็นไปได้ในการสื่อสารอันเป็นสากล  หรือภาษาสากลตรงข้ามกับกลุ่มสมัยใหม่ที่เชื่อและแสวงสิ่งอันเป็นสากล

ทฤษฎีพหุศิลปศึกษาเชิงความสามารถพิเศษ  

เป็นการบูรณาการแนวความคิดทั้งแนวคิดด้านความคิด ทั้งแนวคิดทางด้านความสามารถพิเศษ แนวคิดทางด้านจิตวิทยาศิลปะ แนวคิดเกี่ยวกับสมองและการสร้างสรรค์ศิลปะจนก่อให้เกิดแนวคิดหลัก CISST ที่ใช้ในการพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางทัศนศิลป์” 

     จากบริบทดังกล่าว การจัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยตามแนวคิดพหุศิลปศึกษาหรือตามศาสตร์พหุศิลปศึกษา จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการจัดกิจกรรมศิลปศึกษาในมิติใหม่บนฐานแนวคิดทฤษฎีที่หลากหลาย  เป็นกิจกรรมศิลปศึกษาแบบบูรณาการ  เป็นกิจกรรมศิลปศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ที่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน

……………………………………….

เอกสารอ้างอิง
วิรุณ ตั้งเจริญ.  (2545). พหุศิลปศึกษา.  กรุงเทพฯ : สันติศิริการพิมพ์.
เสรี  พงศ์พิศ.  (2545).  ยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน.   กรุงเทพฯ : สันติศิริการพิมพ์.

คัดลอกจาก : เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย จัดโดยศูนย์พัฒนาวิชาการศิลปศึกษา โรงเรียนการเคหะท่าทราย




บทความศิลปศึกษา

เตรียมตัวเตรียมใจเมื่อถึงวัยเข้าอนุบาล
แนวโน้มการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ICT ในโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยใช้รูปแบบ School Buk System
การสังเกตเด็กในชั้นเรียนปฐมวัยเพื่อนำไปสู่การปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม
เล่นกับดิน : ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกาะเกร็ด
การประกวดศิลปะเด็ก article
เด็กบกพร่องทางการได้ยิน article
เด็กปฐมวัยคุณค่าที่น่าลงทุน article
ศิลปะ (ART) article
บทความอนุบาล article
บทความดนตรี article
บทความงานวิจัย การสอนศิลปศึกษา article
บทความอนุบาล “เปิดเทอมใหม่เปิดใจ เปิดกาย” article
การสร้างสรรค์ภาพประกอบสื่อการสอน article
การประเมินผลงานศิลปะ*
มุมมองของนักบริหารการศึกษา article
แนวคิดการศึกษา article
คุณค่าของศิลปศึกษาต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน article
ศิลปะเปิดความคิด (ไม่ใช่ปลูกฝัง) article
แนวทางการวัดและประเมินผลเด็กปฐมวัย article
ครูปฐมวัยกับการวิจัยในชั้นเรียน article
บทบาทของศูนย์พัฒนาวิชาการศิลปศึกษา article
สื่อสารสนเทศแอนิเมชั่นกับศิลปศึกษา article
สัดส่วนในการวาดการ์ตูน ใครคิดว่าไม่สำคัญ article
จากหน่ออ่อน สู่ปลายยอดอันสูงส่ง article
ทำไมต้องพัฒนาความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ article
สีกับการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ article
ศิลปะกับศิลปะภาษา article
มิเเช็ล ฟูโกต์ : ร่างกายใต้บงการปฐมบทแห่งอำนาจในวิถีสมัยใหม่ article
แนวคิดการเรียนการสอนศิลปศึกษาในยุคหลังสมัยใหม่ article
เด็กปัญญาเลิศ : สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กัน article
จิตวิทยาบุคลิกภาพ article
ภาษา : การเรียนรู้ศิลปศึกษาในมิติเชิงวัฒนธรรมในต่างแดน article
พหุศิลปศึกษาเชิงแบบแผน : การเขียนรูปช้าง article
ศิลปะเด็กโต article
ศิลปะเด็ก



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
ศูนย์พัฒนาวิชาการศิลปศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนการเคหะท่าทราย
เลขที่ 303/233 หมู่ 6 ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
โทร 0-2589-9777 Fax. 0-2589-9777
E-mail : artsedcenter@hotmail.com www.facebook.com/ศูนย์ศิลปศึกษา โรงเรียนการเคหะท่าทราย
webmaster : Krist Chantab ,Wanaree Thieng-am