ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เมนูหลัก
dot
dot
เกี่ยวกับศูนย์ฯ ศิลปศึกษา
dot
dot
บริการวิชาการศิลปศึกษาสู่ชุมชน
dot
dot
แนะนำผลงานวิจัยศิลปศึกษา
dot
dot
หลักสูตรของเรา
dot
dot
แนวคิดและทฤษฎีศิลปศึกษา
dot
dot
ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์
dot
dot
ห้องเรียนภูมิปัญญาท้องถิ่น
dot
dot
สื่อการเรียนรู้ศิลปศึกษา
dot
dot
แหล่งการเรียนรู้ในชุมชน
dot
dot
แหล่งสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต
dot
dot
หน่วยงานทางด้านศิลปะ ศิลปศึกษา
dot
dot
แนะนำหอศิลป์
dot
dot
โรงเรียนเกี่ยวกับศิลปะ
dot
dot
มุมพักผ่อน
dot
dot
บริการสาธารณะ
dot
dot
โรงเรียนในสำนักงานเขตหลักสี่
dot
dot
ระเบียงภาพผลงานศิลปะเด็ก
dot
dot
กิจกรรมพัฒนานักเรียนศิลปะ
dot
dot
ช่องทางรับข้อมูลข่าวสาร

dot


https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E
http://www.ktssc.com/
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0/594263900583892?fref=ts
http://www.thaiteachers.tv/search.php
http://www.thaipbs.or.th/Sornsilp/


เด็กบกพร่องทางการได้ยิน article

บทความ เรื่อง “การสร้างโอกาสทางการเรียนสำหรับเด็กบกพร่องทางการได้ยินในโรงเรียนเรียนร่วม”
โดย  นางสาวลัษมา   เวชชกร  ตำแหน่งครู  วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนการเคหะท่าทราย สำนักงานเขตหลักสี่  กรุงเทพมหานคร


     ในสังคมปัจจุบันการให้โอกาสแก่กันเป็นสิ่งสำคัญที่สังคมโลกมักตระหนักถึง   โดยเฉพาะแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติฉบับที่  ๘  ( พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๔๔ )  มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็กและการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติ  เด็กด้อยโอกาส  และเด็กที่มีความต้องการพิเศษ  การศึกษาเป็นกระบวนการที่มุ่งพัฒนา “ คน ” ให้มีคุณภาพและมีความสามารถเต็มศักยภาพ  สามารถช่วยเหลือตนเองและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  การพัฒนาคนจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนา  ทั้งนี้เด็กพิการยังเป็นเป้าหมายหนึ่งของการพัฒนาที่รัฐได้ให้ความสำคัญและถือว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่จะต้องได้รับการพัฒนารวมทั้งให้ความเสมอภาคทางด้านโอกาสที่จะได้รับการศึกษาตามสิทธิขั้นพื้นฐาน
     ดังนั้นนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านต่างๆจึงได้รับโอกาสที่ดีขึ้นทางการศึกษาและสังคมในการได้รับการยอมรับในการศึกษาและการเข้าสู่สังคที่เปิดกว้าง   โดยเฉพาะการได้เข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียนและสถาบันการศึกษาชั้นสูงร่วมกับนักเรียนที่มีความปกติทั่วไป  แม้แต่เด็กนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน   โดยเฉพาะโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครที่ต้องรองรับนักเรียนทุกคนโดยไม่เลือกชนชั้น  วรรณะ  เชื้อชาติ  ภาษาใดหรือแม้แต่เด็กที่พิการหู  และทางการเรียนรู้ที่มีความสามารถเรียนรู้ร่วมกับนักเรียนปกติได้อยู่แล้ว   เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองให้แบ่งเบาภาระ    ซึ่งจะต้องได้รับการตรวจสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไอคิวมาแล้ว   โรงเรียนที่สามารถเปิดรับเด็กเหล่านี้จะมีครูผู้ที่เชี่ยวชาญในการเรียนร่วม  ๑  คนมาประจำโรงเรียนเพื่อให้การฝึกและให้คำปรึกษา    แต่โรงเรียนที่รับเด็กที่มีความบกพร่องด้านการได้ยินยังมีจำกัด  เนื่องจากความรู้  ความเข้าใจและความพร้อมของครูในการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนปกติที่จะให้ความรู้แก่เด็กที่ไม่สามารถได้ยินเสียงและพูดได้ชัดเจนยังมีข้อจำกัด  ทำให้มีอุปสรรคในการสื่อสารกันได้  เพราะว่าเด็กที่บกพร่องทางการได้ยินและพูดที่มีความพร้อมในการเรียนรู้ด้านสติปัญญาดังกล่าวนี้จะต้องเข้ามาเรียนในชั้นเรียนร่วมกับเด็กปกติในกลุ่มสาระวิชาหลักทั้ง  ๘  กลุ่มได้แก่ ภาษาไทย  คณิตศาสตร์  สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม  วิทยาศาสตร์  การงานพื้นฐานอาชีพ  สุขศึกษาพลศึกษา  ศิลปะนาฎศิลป์  และภาษาต่างประเทศ  ตามความสามารถรายบุคคลที่จะสามารถเรียนรู้สื่อสารร่วมกับเพื่อนๆได้
     เมื่อนักเรียนเข้าสู่ระบบการศึกษาเรียนร่วมในชั้นกับเด็กปกติทั่วไป   ในการให้ความรู้แก่นักเรียนที่ไม่ได้ยินเป็นอุปสรรคต่อครูผู้สอนหลายคน   เนื่องจากมีปัญหาที่หากครูไม่รู้จักเด็ก   ไม่เข้าใจวิธีการสื่อสารกับเด็กที่ถูกวิธีเพราะไม่เคยได้รับการอบรมด้านภาษามือหรือการพูดและฟังโดยใช้วิธีการมองปาก  คณะครูจะไม่เข้าใจเด็ก เด็กที่ไม่ได้ยินก็จะไม่เข้าใจครูจะทำให้เป็นอุปสรรคที่ใหญ่หลวง  อีกทั้งเมื่อเด็กเข้าสู่ระบบโรงเรียนแล้วผู้ปกครองก็จะคิดว่าเป็นการแบ่งเบาภาระของตนเองไปแล้วก็จะวางมือปล่อยให้โรงเรียน แ
ก้ปัญหาไปเพราะตนเองต้องหาเช้ากินค่ำและขาดการติดต่อกับโรงเรียนไปเลยให้คณะครูและโรงเรียนแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนตามความสามารถของครู ครูจึงเป็นทั้งครู ทั้งพ่อแม่และผู้ดูแลเอาใจใส่
     ดังนั้นครูทุกคนในโรงเรียนที่ต้องรับเด็กที่บกพร่องทางการได้ยินและการพูดจึงต้องพยายามศึกษาหาความรู้   ความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กเหล่านี้  โดยฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ผู้ปกครองระบุว่าไม่ต้องการให้ใช้ภาษามือในการสื่อสารต้องการให้ใช้การพูดในการสื่อสารเท่านั้น    ครูจึงต้องเริ่มจากการเรียนรู้ความบกพร่องของเด็กด้านต่างๆดังนี้
     เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มีความสอดคล้องกับการศึกษาสภาพและการคัดเลือกเด็กซึ่งจะมีโอกาสเข้าสู่โรงเรียนที่มีนักเรียนเรียนร่วม  กล่าวคือเด็กบกพร่องทางการได้ยิน  หมายถึง เด็กที่สูญเสียในการได้ยินตั้งแต่ระดับน้อยจนถึงระดับรุนแรง  ไม่สามารถรับฟังเสียงได้เหมือนเด็กปกติ อาจแบ่งออกได้เป็น  ๒ ประเภทคือ
     ๑) เด็กหูตึง หมายถึง เด็กที่สูญเสียการได้ยินตั้งแต่  ๒๖-๙๐ เดซิเบล (dB) มีการได้ยินเหลืออยู่บ้าง สามารถที่จะได้ยินเสียงได้แม้ว่าจะใช้เครื่องช่วยฟังหรือไม่ก็ตาม เด็กกลุ่มนี้มีปัญหาในการฟังและการใช้คำพูดแบ่งเป็น ๔ ระดับ คือ
     ระดับที่ ๑ สูญเสียการได้ยินระหว่าง ๒๖-๔๐ เดซิเบล (dB) หูตึงเล็กน้อยมีปัญหาในการรับฟังเสียงเบา ๆ เช่นฟังเสียงกระซิบ  หรือเสียงจากที่ไกล ๆ ไม่ถนัด  และอาจพูดไม่ชัดบ้าง
     ระดับที่ ๒  สูญเสียการได้ยินระหว่าง๔๑-๕๕ เดซิเบล (dB) หูตึงปานกลางมีปัญหาในการรับฟังเสียงพูดในระยะ ๓-๕ ฟุต พูดคุยด้วยเสียงธรรมดาจะไม่ได้ยิน หรือได้ยินไม่ชัดเจนจับใจความไม่ได้ และมีปัญหาในการพูดเล็กน้อย  เช่นพูดไม่ชัด  ออกเสียงเพี้ยน
     ระดับที่ ๓ สูญเสียการได้ยินระหว่าง ๕๖-๗๐  เดซิเบล (dB) หูตึงค่อนข้างมาก  มีปัญหาในการรับฟังและการเข้าใจคำถาม  เมื่อพูดคุยด้วยเสียงดังเต็มที่ก็ยังไม่ได้ยินมีพัฒนาการทางภาษาและการพูดช้ากว่าเด็กปกติ พูดไม่ชัด  เสียงเพี้ยน  บางคนไม่พูด
     ระดับที่  ๔  สูญเสียการได้ยินระหว่าง ๗๑-๙๐ เดซิเบล (dB)หูตึงรุนแรง  มีปัญหาในการรับฟังเสียงและการเข้าใจคำพูดอย่างมาก  ต้องตะโกนหรือใช้เครื่องหมายเสียงจึงจะได้ยิน มีปัญหาในการพูด เช่น พูดไม่ชัดและมีเสียงผิดปกติ  บางคนไม่พูด  พูดไม่ได้ไม่เข้าใจภาษา
     ๒) เด็กหูหนวก หมายถึง เด็กที่สูญเสียการได้ยินมากตั้งแต่ ๙๑ เดซิเบล (dB) ขึ้นไปไม่สามารถเข้าใจหรือใช้ภาษาพูดได้ไม่สามารถได้ยินเสียงพูด อาจรับรู้เสียงได้จากการสั่นสะเทือน
     เด็กหูตึงที่พบในโรงเรียนปกติ มักเป็นเด็กหูตึงระดับ ๑ หรือระดับ ๒ โดยที่โรงเรียนรับเด็กเขามาเรียนโดยไม่ทราบปัญหา ส่วนระดับ ๓ และระดับ ๔ มีไม่มากนักในระดับประถมศึกษา สำหรับเด็กในระดับปฐมวัยนั้น โอกาสที่จะพบมีทั้ง ๔ กลุ่ม โดยผู้ปกครองมักจะคิดว่าเด็กปากหนัก  พูดช้า นอกจากนี้อาจจะพบเด็กหูตึงในภายหลังได้ คือสูญเสียการได้ยินขณะอยู่ในโรงเรียน

แนวทางการสร้างความเสมอภาคและพัฒนาเด็กบกพร่องทางการได้ยิน
      มีวิธีการสร้างความเสมอภาคและพัฒนา เด็กบกพร่องทางการได้ยินดังนี้
     ๑.  ประการแรกต้องสร้างความรักใน เด็กปกติต่อเด็กบกพร่อง ที่เรียนร่วมด้วยกันก่อน ว่าทุกคนเกิดมามีความสามารถแตกต่างกัน ให้นึกถึงใจเขาใจเรา  ถ้าเราเป็นอย่างเขาเราจะรู้สึกอย่างไร
     ๒. ปลูกฝังความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับนักเรียนปกติ  เพื่อเขาจะได้รู้จักการมีน้ำใจ  ช่วยเหลือเพื่อนที่ต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่มีความบกพร่องหรือแม้แต่เพื่อนที่อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง
     ๓.ประการสุดท้ายคือการปลูกฝังความสามัคคี  การทำงานและการเข้าร่วมกลุ่มเพื่อน เวลาทำงานจะให้เด็กคนนี้ได้ร่วมอภิปราย แสดงความคิดเห็นและทำงานร่วมกับเพื่อน
     วิธีการสอน
     ๑.  ให้เด็กมองปาก  แล้วครูพูดช้า ๆให้เขาพูดตามเวลาที่สอนให้มองปากครู  
     ๒. ทุกวันในตอนเย็นจะให้เด็กอยู่บนห้องกับครูหลังจากนั้นให้เด็กฝึกอ่าน  การอ่านคำมีชุดฝึกอ่านที่มีภาพประกอบ  โดยอ่านตามปากครู  สะกดทีละคำ  ครั้งละประมาณ ๕ คำ  สะสมเรื่อย ๆ เมื่อเขาอ่านได้แล้วเขาก็จะเขียนได้  ในบางครั้งจะใช้แบบฝึกอ่านจากคอมพิวเตอร์  หรือหนังสือเรียน
     ๓.  ฝึกเด็กอย่างสม่ำเสมอและฝึกฝนด้วยความรักความเมตตา
      

     จากการศึกษาประวัติส่วนตัวของผู้เรียน และวิธีการเรียนของเด็กเรียนร่วมโดยใช้การสัมภาษณ์  สังเกต แบบมีส่วนร่วม  พบว่าวิธีการสอนเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีความสุข โดยการสอนแบบเรียนปนเล่น  มีเทคนิคการสอนที่หลากหลายเพื่อไม่ให้เด็กเบื่อ  การสอนเด็กเรียนร่วมต้องเริ่มจากความรัก  ความเข้าใจและความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเห็นความสำคัญของเด็กทุกคนเท่าเทียมกัน หลังจากนั้นค่อยฝึกการอ่านการสะกดคำ โดยให้เขามองปากครูและพูดสะกดตามทีละคำ จนเด็ก้สามารถจำคำได้และเขียนสะกดคำได้เองและฝึกอย่างสม่ำเสมอ    การจัดการเรียนการสอนยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  และจัดกิจกรรมแบบเรียนปนเล่น  พร้อมทั้งคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างผู้เรียน  มีการยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับนักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การที่สามารถสอนให้เด็กบกพร่องทางการได้ยินที่พูดไม่ได้ เขียนไม่ได้จนสามารถพูดได้และเขียนหนังสือได้นั้นเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งในชีวิตการทำงานเนื่องจากถือว่าเป็นการสร้างโอกาสให้เด็กคนหนึ่งสามารถอยู่ในสังคมและใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้  โดยวิธีการสอนที่ใช้นั้นครูเริ่มต้นจากการให้เด็กปกติในห้องเรียนทำความเข้าใจและให้ความรักต่อเด็กที่บกพร่องทางการได้ยินและสอนเด็กปกติให้มีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนอย่างไม่รังเกียจ เมื่อทุกคนในห้องเรียนมีความรักความเข้าใจต่อเด็กบกพร่องทางการได้ยินด้วยชุดฝึกทักษะการอ่าน  โปรแกรมการฝึกอ่านในโปแกรมคอมพิวเตอร์ และใช้การฝึกอย่างสม่ำเสมอ  และต้องอาศัยน้ำใจ  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   พร้อมให้ความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ  และความเข้าใจของเพื่อนในการสื่อสารกับเด็กที่บกพร่องในการได้ยินจะทำให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินและการพูดประสบผลสำเร็จในการเรียน มีพัฒนาการในการพูดการเขียนที่ชัดและถูกต้อง  เรียนร่วมได้ทุกวิชา  ครูจะเกิดความภูมิใจในพัฒนาการที่ดีของเด็กเพราะสามารถช่วยคนๆหนึ่งให้ขึ้นมาเสมอภาคทัดเทียมในสังคมได้อย่างมีความสุข

 




บทความศิลปศึกษา

เตรียมตัวเตรียมใจเมื่อถึงวัยเข้าอนุบาล
แนวโน้มการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ICT ในโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยใช้รูปแบบ School Buk System
การสังเกตเด็กในชั้นเรียนปฐมวัยเพื่อนำไปสู่การปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม
เล่นกับดิน : ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกาะเกร็ด
การประกวดศิลปะเด็ก article
เด็กปฐมวัยคุณค่าที่น่าลงทุน article
ศิลปะ (ART) article
บทความอนุบาล article
บทความดนตรี article
บทความงานวิจัย การสอนศิลปศึกษา article
บทความอนุบาล “เปิดเทอมใหม่เปิดใจ เปิดกาย” article
การสร้างสรรค์ภาพประกอบสื่อการสอน article
การประเมินผลงานศิลปะ*
มุมมองของนักบริหารการศึกษา article
แนวคิดการศึกษา article
คุณค่าของศิลปศึกษาต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน article
ศิลปะเปิดความคิด (ไม่ใช่ปลูกฝัง) article
แนวทางการวัดและประเมินผลเด็กปฐมวัย article
ครูปฐมวัยกับการวิจัยในชั้นเรียน article
บทบาทของศูนย์พัฒนาวิชาการศิลปศึกษา article
สื่อสารสนเทศแอนิเมชั่นกับศิลปศึกษา article
สัดส่วนในการวาดการ์ตูน ใครคิดว่าไม่สำคัญ article
จากหน่ออ่อน สู่ปลายยอดอันสูงส่ง article
ทำไมต้องพัฒนาความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ article
สีกับการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ article
ศิลปะกับศิลปะภาษา article
แนวความคิดและแนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย article
มิเเช็ล ฟูโกต์ : ร่างกายใต้บงการปฐมบทแห่งอำนาจในวิถีสมัยใหม่ article
แนวคิดการเรียนการสอนศิลปศึกษาในยุคหลังสมัยใหม่ article
เด็กปัญญาเลิศ : สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กัน article
จิตวิทยาบุคลิกภาพ article
ภาษา : การเรียนรู้ศิลปศึกษาในมิติเชิงวัฒนธรรมในต่างแดน article
พหุศิลปศึกษาเชิงแบบแผน : การเขียนรูปช้าง article
ศิลปะเด็กโต article
ศิลปะเด็ก



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
ศูนย์พัฒนาวิชาการศิลปศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนการเคหะท่าทราย
เลขที่ 303/233 หมู่ 6 ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
โทร 0-2589-9777 Fax. 0-2589-9777
E-mail : artsedcenter@hotmail.com www.facebook.com/ศูนย์ศิลปศึกษา โรงเรียนการเคหะท่าทราย
webmaster : Krist Chantab ,Wanaree Thieng-am